เบาหวานภัยเงียบ “รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน”

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter0

เบาหวานภัยเงียบ “รู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน”

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช เตือนโรคเบาหวานภัยเงียบคร่าชีวิตคนไทย แนะประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน
นายแพทย์ไกรสร โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) ในปี 2566 สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) กำหนดประเด็นการรณรงค์คือ DIABETES: KNOW YOUR RISK, KNOW YOUR RESPONSE “เบาหวานรู้ว่าเสี่ยง รู้แล้วต้องเปลี่ยน” โรคเบาหวานเป็นปัญหาในระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาอุบัติการณ์ของโรคเบาหวานในกลุ่มเด็กวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวอยู่ในช่วงอายุน้อยกว่า 30 ปี เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วโลก ซึ่งมีความรุนแรงกว่าเบาหวานที่เกิดในวัยกลางคนและผู้สูงอายุ
ซึ่งตอบสนองต่อการรักษาได้น้อยกว่าส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่า สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นกลุ่มประชากรในวัยทำงาน

รายงานสถานการณ์โรคเบาหวาน เขตสุขภาพที่ 11 ปี 2566 พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราป่วยโรคเบาหวาน เท่ากับ 5,260.75 ต่อประชากรแสนคน อัตราป่วยรายใหม่ เท่ากับ 530.03 ต่อประชากรแสนคน และอัตราการเสียชีวิต เท่ากับ 130.43 ต่อประชากรแสนคน (ที่มา : ข้อมูลจาก HDC ณ วันที่ 30 กันยายน 2566)
นายแพทย์ไกรสร กล่าวเพิ่มว่า โรคเบาหวานหากไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาตั้งแต่ระยะแรกสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนในหลายส่วนของร่างกายทั้งต่อหัวใจ หลอดเลือด ตา ไต และเส้นประสาท เกิดความเสียหายร้ายแรง และเพิ่มความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งโรคเบาหวานชนิดที่ 2 พบมากที่สุด มักเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ โรคเบาหวานสามารถป้องกันได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ คือ 1. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ เลี่ยงอาหารรสหวาน มัน เค็มจัด 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 3. ไม่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 4. ทำจิตใจให้สงบ ผ่อนคลายความเครียด ไม่นอนดึก 5. ตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้หากมีอาการปัสสาวะบ่อยและมาก คอแห้ง กระหายน้ำ หิวบ่อย กินจุ น้ำหนักลด เป็นแผลง่ายและหายยาก คันตามผิวหนัง ตามัว ชาตามปลายมือปลายเท้า และความรู้สึกทางเพศลดลง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยต่อไป หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลป้องกันตนเองจากโรคเบาหวาน สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter0