1 ธ.ค. รณรงค์วันเอดส์โลก มุ่งเน้น ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยุติเอดส์

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter0

1 ธ.ค. รณรงค์วันเอดส์โลก มุ่งเน้น ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยุติเอดส์

สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ชวนรณรงค์เนื่องในวัน เอดส์โลก 1 ธันวาคม 2566 เพื่อสร้างความตระหนักในการป้องกันโรคเอดส์ ภายใต้ประเด็นสาร “Let communities Lead” ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยุติเอดส์ ไทยมุ่งลดการตีตราและเลือกปฏิบัติจากเอชไอวี และเพศภาวะลง ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10
นายแพทย์ไกรสร โตทับเที่ยง ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดเป็น “วันเอดส์โลก” (World AIDS Day) เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ การยอมรับ และเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก สำหรับปี 2566 กำหนดประเด็นรณรงค์ คือ “Let communities Lead” ทุกภาคส่วน ร่วมกัน ยุติเอดส์ ทั้งนี้ประเทศไทยได้เร่งรัดการยุติปัญหาเอดส์ให้สำเร็จในปี 2573 โดยมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่ให้เกิน 1,000 ราย ต่อปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ ไม่เกิน 4,000 ราย ต่อปี และลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวี และเพศภาวะลง ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10
จากการคาดประมาณสถานการณ์เอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทยในปี 2565 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ ประมาณ 561,578 ราย ผู้เสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ 10,972 ราย และผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ 9,230 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 97% เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน สำหรับสถานการณ์ ในเขตสุขภาพที่ 11 จากระบบรายงานข้อมูล Nap plus (ข้อมูล ณ 7 ตุลาคม 2566) พบผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ จำนวน 31,677 ราย จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวียังมีชีวิตสูงสุด คือ จังหวัดนครศรีธรรมราช 8,896 ราย รองลงมา คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 8,037 ราย จังหวัดภูเก็ต 5,909 ราย จังหวัดชุมพร 3,257 ราย จังหวัดกระบี่ 2,689 ราย จังหวัดพังงา 1,615 ราย และจังหวัดระนอง 1,335 ราย ตามลำดับ
นายแพทย์ไกรสร กล่าวเพิ่ม การแก้ปัญหาโรคเอดส์ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทุกภาคส่วน ทุกชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ร่วมสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักให้เห็นถึงความสำคัญในการป้องกัน พกและใช้ถุงยางอนามัยให้เป็นเรื่องปกติ เพราะการใช้ถุงยางอนามัยเป็นการรับผิดชอบต่อตนเอง คู่และสังคม ทั้งนี้การตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี

เป็นสิ่งสำคัญ เพราะทำให้ทราบสถานะการติดเชื้อของตนเอง โดยคนไทยทุกคนมีสิทธิ์ตรวจเอชไอวี ฟรี! ปีละ 2 ครั้ง ที่โรงพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และควรตรวจหลังมีพฤติกรรมเสี่ยงประมาณ 1 เดือน หากผลตรวจพบว่ามีเชื้อ
เอชไอวี สามารถเข้าสู่ระบบการรักษาฟรีครอบคลุมทุกสิทธิการรักษาด้วยยาต้านไวรัสทันที ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคแทรกซ้อน สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

Share on Facebook0Share on Google+0Tweet about this on Twitter0