วันนี้ (8 ธ.ค.68) ที่อนุสาวรีย์วีรไทย 2484 (พ่อจ่าดำ) ค่ายวชิราวุธ อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช กองทัพภาคที่ 4 จัดพิธีสดุดีวีรไทย ครบรอบปีที่ 84 เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารและยุวชนทหารในภาคใต้ ที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติไว้เมื่อครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา จากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองกำลังผู้รุกรานที่ส่งกำลังยกพลขึ้นบกทางภาคใต้ เมื่อ 8 ธันวาคม 2484 โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในพิธี มีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช หัวหน้าส่วนราชการทั้งภาครัฐภาคเอกชน ญาติวีรชนในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่าทหารผ่านศึก ผู้บังคับหน่วยภายในค่ายวชิราวุธ กำลังพลของกองทัพภาคที่ 4 และประชาชน ร่วมพิธีกว่า 1,000 คน



โดยเริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 06.30 น. ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงดวงวิญญาณวีรไทย พิธีทำบุญตักบาตร พิธีวางพวงมาลาสักการะจากส่วนราชการต่าง ๆ เวลา 08.20 น. ประกอบพิธีสดุดีวีรไทย 2484 โดย พันเอกสุวัฒน์ ทองใบ รองเสนาธิการกองทัพภาคที่ 4 เป็นผู้กล่าวรายงาน และเรียนเชิญแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวสดุดีวีรกรรมของวีรชนผู้กล้า ใจความตอนหนึ่งว่า “วันนี้ นับเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย ซึ่งพี่น้องชาวไทยทั้งหลายจะลืมเลือนเสียมิได้ เพราะเมื่อ 84 ปี ก่อน เหล่านักรบภาคใต้ได้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันชาติบ้านเมืองของเราไว้ด้วยความกล้าหาญ สมศักดิ์ศรีนักรบไทยเป็นอย่างยิ่ง การที่เราท่านตลอดจนพี่น้องร่วมชาติได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาถึงปัจจุบันนี้ เราบรรพบุรุษของเรา เอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้ จึงขอเทิดทูนวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท่านไว้ ณ โอกาสนี้” จากนั้นได้นำผู้ร่วมพิธีร่วมยืนไว้อาลัย เป็นผู้แทนวางพวงมาลาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบก ตามลำดับ จากนั้นประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิ ณ ศาลาวีรไทย 2484 พิธีทางศาสนาอิสลาม ณ มัสยิดยะลาลุดดีน และมอบรางวัลการประกวดพวงมาลา ตามลำดับ สำหรับการประกวดพวงมาลาในปีนี้ ชนะเลิศได้แก่ กรมทหารปืนใหญ่ที่ 5 รองชนะเลิศอันดับ 1 เทศบาลตำบลท่าแพ และ รองชนะเลิศอันดับ 2 กรมทหารราบที่ 15


สำหรับประวัติวันวีรไทย เกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2484 ทหารญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่บ้านท่าแพ และทหารไทยได้เข้าต่อสู้ป้องกันเกิดการสู้รบกันจนถึงขั้นตะลุมบอน ณ บริเวณที่ตั้งอนุสาวรีย์วีรไทย 2484 ปัจจุบัน ซึ่งขณะนั้นกองทัพไทยต้องสูญเสียกำลังทหารและยุวชนทหารที่มาสู้รบในจังหวัดปัตตานี สงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์และนครศรีธรรมราช รวมกว่า 100 นาย ดังปรากฏนามจารึกไว้ที่ฐานอนุสาวรีย์ ทั้ง 6 ด้าน จากเหตุการณ์การสู้รบในครั้งนั้น ชาวไทยทุกหมู่เหล่าจึงพร้อมใจกันสร้างอนุสาวรีย์วีรไทย 2484 หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า พ่อจ่าดำ หรืออนุสาวรีย์วีรไทย ขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่าบรรดาทหารหาญที่พลีชีพต่อสู้ข้าศึกเพื่อปกป้องมาตุภูมิ ยืนตระหง่านบนจุดที่ได้สู้รบปกป้องปฐพีไทยสืบมาจนถึงปัจจุบัน // ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่4





![]()