กระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัวชุมชนบ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ปี 2568 ชูเสน่ห์อากาศบริสุทธิ์ท่ามกลางขุนเขาหลวง วิถีสวนสมรม และงานหัตถกรรมสีธรรมชาติ UNSEEN “ไท ไทย” ดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสธรรมชาติ วัฒนธรรม กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

เย็นวันนี้ (27 มี.ค.69) ที่บริเวณสะพานคีรีวง ริมคลองท่าดี หมู่บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช มอบหมายให้นายวิทยา เขียวรอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมเป็นเกียรติและให้การต้อนรับนางสาวรานี อิฐรัตน รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและคณะ ในโอกาสเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โดยมีนางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายสมโชค เสนา นายอำเภอลานสกา วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงาน




โอกาสนี้ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และคณะ ได้รับชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม โนราศิลป์ ถิ่นใต้ เเละเยี่ยมชมกิจกรรม Workshop ประกอบด้วย การทำผ้า Eco print ผ้ามัดย้อม ผ้าบาติกจากสีธรรมชาติ การทำสบู่จากเปลือกมังคุด การถักร้อยสร้อยข้อมือจากวัสดุธรรมชาติและลูกไม้จากเขาหลวง รวมถึงเยี่ยมชมการสาธิตและชิมอาหารพื้นถิ่นของชุมชน ทุเรียนห่อกาบหมาก ผัดหมี่กะทิปักษ์ใต้ ขนมต้มแดง ชาเลือดมังกร ทอดมันลูกเห็บ ขนมลา และขนมไทยถิ่นใต้ ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์อาหารใต้ได้อย่างโดดเด่น รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” โดยผลักดันให้ทุนทางวัฒนธรรมกลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ ผ่านการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ นโยบาย UNSEEN “ไท ไทย” ภายใต้แนวคิด “สืบสาน สร้างสรรค์ นำวัฒนธรรมไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” ผลักดันโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เพื่อเฟ้นหาชุมชน ที่มีศักยภาพและความพร้อมด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ซึ่งชุมชนบ้านคีรีวง ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชน ต้นแบบ เที่ยวชุมชน ยลวิถี ประจำปี 2568 ด้วยความเข้มแข็งในการอนุรักษ์และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม มาสร้างคุณค่าทางสังคม และเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการยกย่องและประชาสัมพันธ์ชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในระดับประเทศและระดับนานาชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นกระแสการท่องเที่ยววิถีชุมชน และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนในพื้นที่ สุดยอดชุมชนต้นแบบฯ ชุมชนบ้านคีรีวง เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ใกล้เชิงเขาหลวง เดิมชื่อ “บ้านขุนน้ำ” เนื่องจากเป็นพื้นที่ต้นน้ำ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “คีรีวง” ที่มีความหมายว่า หมู่บ้าน ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขา มีลำธารไหลผ่านกลางหมู่บ้าน และมีภูมิทัศน์เขียวชอุ่มตลอดปี จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่ง ในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์และมีคุณภาพโอโซนดีของภาคใต้ เหมาะสำหรับการพักผ่อนเชิงธรรมชาติ จุดเด่นสำคัญของชุมชน คือ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งภูเขา ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ธรรมชาติ เช่น น้ำตกวังไม้ปัก และหนานหินท่าหา ที่สามารถเล่นน้ำและพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติได้ อีกทั้งยังมี จุดเช็กอินสำคัญอย่างสะพานคีรีวงและสะพานแขวนคีรีวง ที่เป็นแลนด์มาร์คยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ในมิติวิถีชีวิตชุมชนยังคงรักษาเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะการทำ “สวนสมรม” ซึ่งเป็นการปลูกพืชหลากหลายชนิดร่วมกันในพื้นที่เดียว เช่น เงาะ มังคุด ทุเรียน สะตอ และสมุนไพรพื้นบ้าน สะท้อน ภูมิปัญญาการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล พร้อมทั้งมีกิจกรรมตักบาตรบนสะพานคีรีวง ในเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นภาพวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและงดงาม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังสามารถพลิกวิกฤตจากเหตุอุทกภัยในอดีต มาสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยพัฒนา“กลุ่มอาชีพชุมชน” จากวัตถุดิบธรรมชาติในท้องถิ่น สู่ผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ อาทิ ผ้ามัดย้อม และผ้าบาติกจากสีธรรมชาติ งานพิมพ์ลายผ้าแบบ Eco printing งานหัตถกรรมจากเมล็ดพืช ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และเครื่องสำอางจากมังคุด รวมถึงการแปรรูปผลไม้จากสวนสมรม ซึ่งล้วนเป็นสินค้า handmade ที่มีเอกลักษณ์ และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรม Workshop นอกจากนี้ ชุมชนยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งการเดินชมหมู่บ้าน เล่นน้ำแอ่งหิน นั่งพักผ่อนริมน้ำ ปั่นจักรยานรอบชุมชน และเดินป่าเชิงอนุรักษ์บริเวณเขาหลวง รวมถึงการชมนกและเรียนรู้ ระบบนิเวศต้นน้ำ โดยมีที่พักรองรับนักท่องเที่ยวทั้งโฮมสเตย์ รีสอร์ทขนาดเล็ก และลานกางเต็นท์ริมน้ำที่เน้นการใกล้ชิด ธรรมชาติการที่ชุมชนบ้านคีรีวงได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงศักยภาพของชุมชนในการนำทุนทางธรรมชาติ และวัฒนธรรมมาสร้างสรรค์เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาอัตลักษณ์และสิ่งแวดล้อม สะท้อนเสน่ห์ Unseen Thai Thai ที่ไม่ได้มีเพียงภูมิทัศน์งดงาม หากแต่รวมถึงพลังของผู้คน วิถีชีวิต และภูมิปัญญาที่ร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ การเปิดตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่เป็นการยกระดับคีรีวง ให้เป็นต้นแบบการพัฒนาชุมชนบนฐานวัฒนธรรม หัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ อย่างยั่งยืน.













![]()